การชำระค่าเล่าเรียน
    ในภาคการศึกษาแรกที่นิสิตเข้าศึกษา มหาวิทยาลัยมีข้อตกลงกับธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ในการจัดทำบัตรประจำตัวนิสิตให้แก่นิสิตใหม่ทุกคน บัตรดังกล่าวมีคุณสมบัติดังนี้

  • ใช้เป็นบัตรประจำตัวนิสิต
  • ใช้เป็นบัตรเอทีเอ็มของธนาคาร
  • ใช้เป็นบัตรสมาชิกห้องสมุด
    นอกจากนี้ธนาคารฯ ได้จัดทำสมุดบัญชีเงินฝากและให้นิสิตทำหนังสือยินยอมให้หักบัญชีเงินฝากเพื่อชำระเป็นค่าเล่าเรียนแต่ละภาคการศึกษา ซึ่งระบบจะดำเนินการหักบัญชีได้ในภาคการศึกษาถัดไป อนึ่งในการจัดทำบัตรประจำตัวนิสิตเพื่อเป็นบัตรเอทีเอ็มนั้น ธนาคารฯ ไม่คิดค่าธรรมเนียมในปีแรก แต่จะคิดค่าธรรมเนียมในปีต่อไปตามอัตราของธนาคาร หากนิสิตไม่ประสงค์จะใช้บริการบัตรเอทีเอ็มของธนาคารก็สามารถแจ้งขอยกเลิกได้ในวันรับบัตรหรือที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาสภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ ตรงข้ามประตูทางออกคณะรัฐศาสตร์ ซึ่งนิสิตยังสามารถใช้บัตรดังกล่าวเป็นบัตรประจำตัวนิสิตและบัตรห้องสมุดได้ และสามารถใช้บริการฝากถอนเงินด้วยสมุดเงินฝากธนาคารได้ตามปกติ

การชำระเงินค่าเล่าเรียนของนิสิตใหม่

    นิสิตใหม่ที่เข้าศึกษาในภาคการศึกษาแรก ต้องสอบถามผลการลงทะเบียนเรียนผ่านอินเตอร์เน็ตและพิมพ์ CR8 ใบแจ้งค่าเล่าเรียน นำไปชำระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร

    อนึ่ง การชำระค่าเล่าเรียนภาคการศึกษาถัดไปให้อ่านคำอธิบายในเรื่องการชำระเงินค่าเล่าเรียนกรณีลงทะเบียนเรียนปกติ

การชำระเงินค่าเล่าเรียนกรณีลงทะเบียนเรียนปกติ

    ในการชำระเงินค่าเล่าเรียนของแต่ละภาคการศึกษา (ยกเว้นภาคการศึกษาแรกที่เข้าศึกษา) มหาวิทยาลัยจะรับชำระเงินค่าเล่าเรียน โดยวิธีตัดโอนจากบัญชีเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาสภากาชาดไทยของนิสิต ซึ่งมหาวิทยาลัยดำเนินการเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ให้แก่นิสิตทุกคนในภาคการศึกษาแรกไว้แล้ว โดยนิสิตจะต้องทำหนังสือยินยอมให้หักบัญชีกับธนาคารฯ ในวันที่รับบัตรประจำตัวนิสิตและสมุดบัญชีเงินฝาก เมื่อถึงกำหนดวันชำระเงินค่าเล่าเรียนตามปฏิทินการศึกษาแต่ละภาคฯ ให้ปฏิบัติดังนี้

  1. นิสิตสอบถามผลการแสดงความจำนงขอลงทะเบียนเรียนผ่านทางอินเทอร์เน็ตที่เว็บไซต์ http://www.reg.chula.ac.th หัวข้อสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล รายการผลการแสดงความจำนงฯ (CR74&CR8)
  2. ถ้ามีผลการแสดงความจำนงฯ และมีจำนวนเงินค่าเล่าเรียนที่ต้องชำระ และปรากฎเลขที่บัญชีเงินฝากของนิสิตเพื่อให้หักบัญชีเงินฝากได้ ให้นิสิตนำเงินฝากเข้าบัญชีดังกล่าวให้เพียงพอต่อการหักบัญชีภายในวันที่กำหนดตามปฏิทินการศึกษา ระบบจะทำการหักบัญชีเงินฝากของนิสิตไปเข้าบัญชีของมหาวิทยาลัยโดยอัตโนมัติ
  3. กรณีที่ระบบยังไม่สามารถหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติได้ หน้าจอสอบถามผลแสดงความจำนงขอลงทะเบียนเรียนจะกำหนดให้นิสิตพิมพ์ใบแจ้งรายการค่าเล่าเรียน CR8 เพื่อนำไปชำระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคารภายในเวลาที่กำหนดใน CR8 และสามารถสอบถามผลการชำระเงินได้ในวันเปิดภาคเรียน
  4. นิสิตสอบถามผลการชำระเงินค่าเล่าเรียนกรณีหักบัญชีธนาคารผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้ในวันถัดจากวันที่นำเงินฝากเข้าบัญชี ที่เว็บไซต์ http://www.reg.chula.ac.th หัวข้อสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล รายการผลการชำระค่าเล่าเรียนโดยหักบัญชีธนาคาร
  5. นิสิตสามารถขอเปลี่ยนแปลงวิธีการชำระค่าเล่าเรียนได้โดยยื่นคำร้อง จท41 ที่สำนักทะเบียนฯ อาคารจามจุรี 5 ชั้น 2 ก่อนถึงกำหนดเวลาชำระค่าเล่าเรียนในภาคการศึกษาถัดไป
  6. นิสิตสามารถติดต่อขอรับใบเสร็จรับเงินค่าเล่าเรียนที่คณะที่นิสิตสังกัดได้ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3 กรณีที่เป็นภาคการศึกษาปกติ หรือสัปดาห์ที่ 2 กรณีที่เป็นภาคฤดูร้อน
หากนิสิตไม่ได้ชำระเงินค่าเล่าเรียน ภายในเวลาที่กำหนดตามปฏิทินการศึกษา ผลลงทะเบียนเรียนจะถูกยกเลิก และนิสิตต้องลงทะเบียนเรียนสายและชำระค่าปรับตามประกาศจุฬาฯ

การชำระค่าเล่าเรียนกรณีลงทะเบียนเรียนสาย

    การชำระเงินค่าเล่าเรียนพร้อมค่าปรับกรณีที่ลงทะเบียนเรียนสาย ต้องชำระที่ ส่วนการคลังของมหาวิทยาลัย อาคารจามจุรี 5 ชั้น 3 โดยสามารถชำระเป็นเงินสด หรือ แคชเชียร์เช็ค หรือ ดร๊าฟท์ สั่งจ่ายในนาม “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย”

    อนึ่ง เฉพาะช่วงสองสัปดาห์แรกของภาคการศึกษาต้นและปลาย และสัปดาห์แรกของภาคฤดูร้อน ส่วนการคลังจะรับชำระเงินค่าเล่าเรียนพร้อมค่าปรับของผู้ที่ลงทะเบียนเรียนสาย ระบบทวิภาค บริเวณชั้น 2 ของ สทป.

การลงทะเบียนเรียนจะสมบูรณ์ต่อเมื่อนิสิตได้ชำระค่าเล่าเรียน และค่าธรรมเนียมการศึกษาตามประกาศจุฬาฯ ครบถ้วนแล้ว มิฉะนั้นจะพ้นสถานภาพการเป็นนิสิต เนื่องจากไม่ได้ลงทะเบียนเรียน